Blockchain ที่จีน เริ่มทดลองจ่ายเงินเดือนด้วย Digital Yuan

Share Post:

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email

      Blockchain (บล็อคเชน) นับว่าเป็นศัพท์ใหม่ในไม่กี่ปีมานี้ ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ ที่ช่วยรักษาความปลอดภัยในโลกดิจิทัล ซึ่งมีความน่าเชื่อถือ แถมยังเป็นระบบความปลอดภัยที่ไม่ต้องอาศัยคนกลาง ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้เกิดปัญหาความไม่ปลอดภัยที่หละหลวม และทำให้โลกดิจิทัลกลายเป็นสื่อที่หลายคนกลัว และมองว่าเป็นพื้นที่ที่อันตราย 

      แต่ทุกวันนี้เทคโนโลยี Blockchain ที่เน้นระบบความปลอดภัยเป็นหลัก กลับเป็นที่นิยมและเริ่มเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลกมากขึ้น อย่างเช่นประเทศจีนที่เริ่มทดลองจ่ายเงินเดือนด้วย Digital Yuan ผ่านระบบ Blockchain ดังนั้นวันนี้เราเลยจะมาบอกว่า เทคโนโลยี Blockchain ทำอะไรได้บ้าง แล้วสถานการณ์ที่ประเทศจีนที่เริ่มใช้ระบบมาช่วยจ่ายเงินเดือนเป็นอย่างไรบ้าง

Blockchain ระบบเพิ่มความปลอดภัยในโลกดิจิทัล

      อย่างที่เราบอกก่อนไปก่อนหน้าว่าโลกของดิจิทัลเรามีความจำเป็นต้องพึ่งพาบุคคลที่ 3 หรือที่เรียกว่า Centralized Trusted Party ที่เข้ามาเป็นคนกลาง มีหน้าที่คอยตรวจสอบความน่าเชื่อถือเวลาทำธุรกรรมออนไลน์ ซึ่งถ้าคุณเคยใช้งานธุรกรรมออนไลน์เชื่อว่าคุณคงเคยเห็นคำว่า Secured หรือ Protected by ตามด้วยชื่อตัวกลางใดๆ เหตุที่ต้องมีเพราะใช้เพิ่มความน่าเชื่อ ความปลอดภัย แต่เมื่อมี Blockchain ที่เป็นเทคโนโลยีเพิ่มความปลอดภัย เพิ่มความน่าเชื่อถือ โดยไม่ต้องพึ่งพาคนกลาง ทีนี้ไม่ว่าคุณจะทำธุรกรรมออนไลน์ก็มั่นใจความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี Blockchain ทั้งนี้ถ้าคุณมองว่า Blockchain ทำอะไรได้บ้าง เราขอยกตัวอย่างดังนี้

  • เทคโนโลยี Blockchain ใช้ในด้านธุรกรรมออนไลน์
  • ใช้ Blockchain ในงานการกุศล
  • สำหรับติดตามกระบวนการโลจิสติกส์
  • Backup ข้อมูลด้วยเทคโนโลยี Blockchain

      ทั้งนี้ระบบการทำงานของเทคโนโลยี Blockchain เป็นรูปแบบการเก็บข้อมูลอย่างหนึ่ง (Data Structure) ที่ทำให้ข้อมูล Digital Transaction ของแต่ละคนสามารถแชร์ไปยังทุกคนได้ หรือให้เปรียบง่ายๆ จะคล้ายกับห่วงโซ่ (Chain) ที่ทำให้เหล่า Block ทั้งหลายลิงก์ต่อกันไปยังทุกคน โดยที่เราสามารถทราบได้ว่าใครเป็นเข้าของและมีสิทธิ์ในการดูข้อมูลนั้นบ้าง

      เมื่อบล็อคของข้อมูลได้ถูกบันทึกเข้าไปใน Blockchain แล้ว จะไม่สามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลงข้อมูล เวลาที่มีใครต้องการจะเพิ่มข้อมูล ทุกๆ คนในเครือข่ายซึ่งล้วนแต่มีสำเนา ถึงจะสามารถรัน Algorithm เพื่อตรวจสอบ Transaction โดย Transaction ใหม่นี้จะได้รับอนุญาต ต่อเมื่อในเครือข่ายส่วนใหญ่เห็นด้วยว่ามันถูกต้อง เพราะฉะนั้นจึงทำให้เทคโนโลยีนี้ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยนั่นเอง จนเริ่มเป็นที่ยอมรับ หลายหน่วยงาน หลายประเทศจึงเริ่มให้ความสนใจ และเริ่มหันมาใช้ระบบนี้กัน อย่างเช่น ประเทศจีน

ประเทศจีนเตรียมทดลองจ่ายเงินเดือนด้วยเทคโนโลยี Blockchain

      เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวจากประเทศจีนว่า คนงานในเมือง Xiong’an รับเงินเดือนค่าจ้างเป็นหยวนดิจิทัล ผ่านระบบ Blockchain โดยการทดลองจ่ายเงินเดือนนี้เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างทางธนาคารแห่งประเทศจีนสาขา Xiong’an ในจังหวัด Hebei และทางกลุ่ม Xiong’an Group Digital City Technology โดยทางบริษัทผู้รับเหมาได้ใช้แพลตฟอร์มเทคโนโลยี Blockchain ในการชำระเงินกองทุน Xiong’an เพื่อจ่ายเงินเดือนค่าจ้างเป็นเงินหยวนดิจิทัล ให้แก่ช่างก่อสร้าง เพียงแค่พนักงานป้อนรหัสกระเป๋าเงิน จำนวนเงินเดือนและข้อมูลอื่นๆ บนเทคโนโลยี Blockchain เงินหยวนดิจิทัลก็จะถูกโอนไปที่กระเป๋าเงินส่วนตัวของช่างก่อสร้าง 

      ทั้งนี้การมีเทคโนโลยี Blockchain เข้ามาช่วยดูแลระบบการจ่ายเงิน ทำให้บริษัททำงานได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น ลดปัญหาตัวกลางในการชำระเงินออกไป แถมทาง Xiong’an ก็กำลังเร่งหาวิธีที่จะทำให้เงินหยวนดิจิทัลทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้การใช้ชีวิตสะดวกยิ่งขึ้น โดย Xiong’an เป็นหนึ่งในเมืองแรกๆ พร้อมกับเมือง Shenzhen และ Suzhou ที่เริ่มทดลองใช้เงินหยวนดิจิทัล และมีรายงานว่า BTCManager กระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ตัวแรกที่ใช้สำหรับหยวนดิจิทัล ซึ่งถูกพัฒนาโดยธนาคารการเกษตรแห่งประเทศจีน (ABC) ได้เปิดตัว Xiong’an ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

      แต่การทดลองจ่ายเงินหยวนดิจิทัลครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของประเทศจีน เพราะทางรัฐบาลของจีนเคยจ่ายเงินเดือนเป็นเงินหยวนดิจิทัล ให้กับพนักงานในเขต Xiangcheng เมือง Suzhou ไปเมื่อเดือนเมษายนปี 2020 ไปแล้ว ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทางการของจีนใช้เทคโนโลยี Blockchain ในการจ่ายเงินเดือนเป็นดิจิทัลหยวน 

      อย่างไรก็ตามนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี ที่ Blockchain เข้ามามีส่วนทำให้ธุรกรรมออนไลน์มีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ รวดเร็ว เพิ่มความง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น หมดข้อสงสัยว่า Blockchain ทำอะไรได้บ้าง ซึ่งในอนาคตก็มีความเป็นไปได้ที่ระบบนี้จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน และคนทั่วโลกจะเริ่มหันมาใช้สกุลเงินดิจิทัลกันมากขึ้น รวมถึงประเทศไทยเช่นกัน