Blockchain ระบบรักษาความปลอดภัย ในยุคดิจิทัล

Share Post:

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email

      Blockchain ในช่วง 3-4 ปีมานี้ ถือเป็นคำศัพท์ที่คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจ เนื่องจากในยุคสมัยที่ระบบออนไลน์ โลกดิจิทัลเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตของมนุษย์มากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นทำให้ระบบ Blockchain เป็นที่รู้จัก และเป็นที่สนใจ จนหลายประเทศ หลายบริษัท เริ่มใช้ระบบนี้กันอย่างจริงจัง 

ถึงแม้คนทั่วโลกเริ่มให้ความสนใจระบบนี้ก็จริง แต่เชื่อว่ายังมีคนไทยหลายคนที่ยังไม่รู้จักระบบนี้ หรือยังไม่รู้ว่า Blockchain คืออะไร แล้วประโยชน์ของ Blockchain มีอะไรบ้าง วันนี้เราเตรียมข้อมูลมาให้คุณแล้ว 

Blockchain คืออะไร? 

      Blockchain คือ ระบบโครงส้รางการเก็บข้อมูลอย่างหนึ่ง (Data Structure) ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เพื่อเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ ซึ่งเป็นรูปแบบการเก็บข้อมูล สถิติต่างๆ เช่น การทำธุรกรรมทางการเงินและสินทรัพย์ชนิดอื่นๆ ซึ่ง Blockchain จึงเหมือนธนาคาร สถาบันทางการเงิน หรือ สำนักชำระบัญชี ที่ทำหน้าที่จัดเก็บ ซึ่งหากคุณต้องการใช้ข้อมูลเหล่านี้เพียงแค่คุณเข้ารหัส ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลของคุณได้ แต่ทั้งนี้จุดเด่นของระบบนี้คือ คุณไม่ต้องผ่านระบบตัวกลาง หรือที่เราเรียกว่า Centralized Trusted Party เพื่อทำการตรวจสอบความน่าเชื่อถือต่างๆ โดยเฉพาะกับการทำธุรกรรมทางการเงินซึ่งเวลาที่เราทำธุรกรรมออนไลน์เรามักจะเห็นคำว่า Secured by หรือ Protected แล้วตามด้วยชื่อสถาบันตัวกลาง ซึ่งเหตุที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพราะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือนั่นเอง แต่ในระบบ Blockchain ไม่ต้องหาระบบที่เข้ามาช่วย ซึ่งลดการผิดพลาดระหว่างการทำธุรกรรมออนไลน์

      ดังนั้นระบบนี้จึงเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยจัดการธุรกรรม แถมยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่โปรแกรมเมอร์ หรือคนที่ทำอาชีพเกี่ยวกับ IT ยังยกย่องว่าเป็นระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน ให้คนที่ต้องการทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านระบบนี้เกิดความเชื่อมั่นในการใช้ เมื่อเรารู้แล้วว่า Blockchain คืออะไร เรามาดูกันดีกว่าว่าระบบนี้ทำงานอย่างไร 

      โดยระบบการทำงานของ Blockchain จะเป็นรูปแบบการจัดเก็บข้อมูล หรือที่เรียกภาษาอังกฤษว่า Data Structure ที่ทำให้ข้อมูลต่างๆ ในระบบของแต่ละผู้ใช้งานสามารถแชร์ไปยังผู้ใช้คนอื่นๆ ได้ เปรียบเหมือนห่วงโซ่ (Chain) ที่ทำให้ข้อมูล (Block) สามารถเชื่อมต่อกันได้ เปรียบเสมือนว่าเรามีระบบที่ถือเอกสารชุดเดียวกัน และเอกสารชุดนั้นจะถูกอัปเดตไปพร้อมกัน เรียกว่าเป็นระบบที่เก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ส่วนกลางของคนทั่วไป ทำให้ระบบเครือข่ายข้อมูลเป็นแบบ Decentralized (ระบบการกระจายศูนย์ข้อมูล) ซึ่งระบบการทำงานแบบนี้เกิดปัญหาได้อยากมาก ไม่เกิดปัญหาระบบล้ม ซึ่งต่างจากระบบจัดเก็บข้อมูลแบบศูนย์กลางเพียงเครื่องเดียว อย่างระบบ Centralized ที่เมื่อศูนย์กลางข้อมูลถูกเจาะ หรือถูก Hack ก็จะทำให้เครือข่ายล้มเหลวทั้งระบบได้

      ซึ่งนี้ทำให้ Blockchain เป็นระบบที่มีความน่าเชื่อถืออย่างสูง ระบบรักษาความปลอดภัยสูง เพราะไม่สามารถเจาะข้อมูลระบบได้ง่าย สร้างความเชื่อมั่นได้เป็นอย่างมาก ด้วยระบบที่หลายคนสามารถถือชุดข้อมูลที่ตรงกันและข้อมูลที่อัปเดตพร้อมกันอีกด้วย

3 ประโยชน์ของ Blockchain

      แต่ประโยช์ของ Blockchain ใช่ว่าจะมีแค่ที่เรากล่าวไปข้างต้น แท้จริงแล้ว Blockchain ยังมีข้อดีอีกเยอะ แต่เราขอแบ่งออกมาเป็น 3 ข้อประโยชน์ของ Blockchain ดังนี้ 

  • เทคโนโลยี Blockchain ทำให้ข้อมูลมีความถูกต้องยิ่งขึ้น

      เนื่องจากระบบนี้เป็นระบบแบบ Input ข้อมูลได้อย่างเดียว เมื่อนำข้อมูลเข้าระบบเป็นที่เรียบร้อย จะไม่สามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลได้ เพราะถ้ามีการแก้ไขข้อมูล จะส่งกระทบต่อ Block อื่นๆ ที่อยู่ใน Chain เดียวกัน ดังนั้นการอัปโหลดข้อมูลเข้าไปในระบบจะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องเท่านั้น เพราะมันไม่สามารถแก้ได้ 

  • ระบบการรักษาความปลอดภัย ถูกรบกวนได้ยาก

      อย่างที่เราชอบบอกอยู่เรื่อยๆ ว่าระบบรักษาความปลอดภัยของระบบ Blockchain นั่นขึ้นชื่อว่าเป็นที่หนึ่ง ซึ่งเป็นระบบเครือข่ายข้อมูลแบบ Decentralized ที่ไม่ได้เก็บข้อมูลทั้งหมกอยู่ในคอมพิวเตอร์ส่วนกลางแค่เครื่องเดียว แต่จะเป็นการเก็บข้อมูลในหลายๆ ที่ หลายๆ คน ที่ถือชุดข้อมูลชุดเดียวกัน จึงทำให้ระบบมีความแข็งแรง ไม่สามารถเจาะข้อมูลได้ง่าย 

  • ไม่ต้องมีคนกลาง ลดการเกิดข้อผิดพลาด

      เพราะระบบ Blockchain เป็นระบบที่พัฒนามาเพื่อเก็บข้อมูลเป็นหลัก และได้มาตรฐานเรื่องการเก็บข้อมูลแบบปลอดภัยชัวร์ ดังนั้นการนำ Blockchain ไปใช้งาน จำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้การจัดเก็บข้อมูลมีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ และมีความโปร่งใส และเพื่อให้การใช้งานง่ายขึ้น ให้ทั่วโลกเชื่อมั่น และยอมรับ