Blockchain กับ Bitcoin เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

Share Post:

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email

ในช่วงปีนี้เรียกว่าธุรกรรมการเงินออนไลน์ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยื่งการระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ซึ่งเป็นตัวเร่งทำให้ทั่วโลกต่างทำธุรกรรมการเงินออนไลน์มากขึ้น ซึ่งเมื่อทำธุรกรรมการเงินออนไลน์หลายคนคงเริ่มรู้จัก เทคโนโลยี Blockchain เรียกว่าได้รับความนิยมอย่างมาก แล้วจะต้องมีอีกคำที่ติดสอยห้อยตามมาด้วยนั่นก็คือ Bitcoin ซึ่งหลายคนคงสงสัยว่าทั้ง 2 อย่างนี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร เราเตรียมข้อมูลมาให้คุณแล้ว

Cr: https://finserving.com/ 

Blockchain กับ Bitcoin มีความสัมพันธ์กันอย่างไร

Blockchain ถ้าแปลแบบตรงๆ บล็อก (Block) คือ การเก็บข้อมูลรูปแบบหนึ่งที่สามารถให้คุณแบ่งเป็นส่วนๆ และนำมาร้อยต่อกันไปเรื่อยๆ เหมือนโซ่คล้อง (Chain) โดยหลักการทำงานของบล็อคเชน เราจะต้องเข้ารหัสทางคอมพิวเตอร์เพื่อความปลอดภัย ซึ่งทำให้ข้อมูลถูกเก็บ ณ เวลาใด มีการแก้ไขข้อมูลตอนไหน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งและกระจายเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่อยู่ในเครือข่าย Blockchain

จึงทำให้หลักการทำงานของบล็อคเชนที่ถูกเขียนลงไป จึงมีความน่าเชื่อถือ เพราะทุกคนที่อยู่ในเครือข่ายจะเห็นการเปลี่ยนแปลงพร้อมๆกัน ซึ่งถ้าใครต้องการแก้ไขก็ต้องใช้วิธีไปแก้ในคอมพิวเตอร์เครื่องของทุกคนที่อยู่ในเครื่อข่ายนั้น ซึ่งอาจจะยุ่งยากหน่อยสำหรับเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่ 

ทั้งนี้ Bitcoin คือ สกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตอนนี้ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับทาง Blockchain ตรงที่ Blockchain คือ เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยของข้อมูล แต่ Bitcoin คือ สกุลเงินบนโลกดิจิทัล แต่ทั้ง 2 อย่างก็ไม่ได้มีความหมายเดียวกัน แต่โมเดลของ Bitcoin มีความจำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยี Blockchain เพื่อให้การซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลนี้มีความปลอดภัย 

และด้วยระบบบล็อคเชนมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างดีเยี่ยม ดังนั้นจึงมีความเกี่ยวข้องได้กับทุกอุตสาหกรรม ซึ่งไม่ได้เป็นระบบที่ใช้งานกับธุรกรรมออนไลน์เท่านั้น โดยบล็อคเชนยังเหมาะกับประเภทธุรกิจอื่นอีก 

Cr: https://www.information-age.com/ 

  • ธุรกิจการเงิน : เป็นธุรกิจแรกๆ ที่บล็อคเชนถูกพัฒนามาเพื่อใช้งาน ตัวอย่างเช่น โครงการอินทนนท์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่จะใช้บล็อคแเชนมาแทนเครือข่ายเเน็ตที่มช้ระหว่างธนาคาร หรือแม้กระทั่งโครงการ JFIN ของทางเจมาร์ท (JMART) ที่นำบล็อคเชนจัดการเรื่องข้อมูลลูกค้าและ Credit Score บนระบบกู้ยืมทางออนไลน์ ซึ่งบล็อคเชนนี้ถือเป็นโอกาสใหม่ของคนไทยส่วนใหญ่ที่ปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีที่ให้บริการทางการเงิน ต้องไปใช้บริการกู้เงินนอกระบบแทน
  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ : ในหลายๆ ประเทศ เช่น มอลต้า อังกฤษ UAE มีการนำบล็อกเชนมาเก็บข้อมูลแทนโฉนด (Land Registry) หรือการนำบล็อกเชนมาช่วยในการแบ่งการเป็นเจ้าของ ช่วยประหยัดเวลาในการทำงานมากขึ้น (Asset Tokenization)
  • ธุรกิจโรงพยาบาล : โครงการ Medrec ของทาง MIT หรือ SimplyVital ที่นำบล็อกเชนมาเก็บข้อมูลการรักษาของคนไข้ เพิ่มความโปร่งใส และความปลอดภัย ซึ่งในเมืองไทยก็มีของบริษัท Smart Contract Thailand ที่ทำเรื่องนี้ หรือ FarmaTrust การนำบล็อกเชนมาช่วยตรวจสอบที่มาของยาแต่ละชนิด ป้องกันการปลอมแปลง
  • ธุรกิจค้าปลีก – Wallmart ได้มีโครงการนำข้อมูลอาหารที่ขายมาเก็บเพื่อดูสายการผลิตจากโรงงานมาถึงชั้นวางของ หรือ Singapore Airline ก็ได้นำบล็อกเชนมาใช้บน loyalty point KrisFlyer เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ และทำให้เห็นข้อมูลทั่วกัน 
  • ธุรกิจพลังงาน – Power Ledger ธุรกิจ Startup จากออสเตรเลีย ก็ได้ขยายมาที่เมืองไทยเพื่อพัฒนาการซื้อขายพลังงานแบบ Peer to peer โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน หรือ WePower บริษัทจาก Estonia ก็ทำเรื่องคล้ายๆ กันแต่เน้นไปทางพลังงานทดแทนเป็นหลัก
  • ธุรกิจการศึกษา – MIT Media Lab และประเทศมอลต้า ได้มีการออกปริญญาบัตร Certificate และก็ Transcript บนเทคโนโลยีบล็อกเชนเรียบร้อยแล้ว
  • ซึ่งนอกจากหลักการทำงานของบล็อคเชน และเราคงเข้าใจแล้วว่าทั้ง Blockchain และ Bitcoin ไม่ได้มีความหมายเหมือนกัน แต่มีความสัมพันธ์ที่ต้องพึ่งพาต่อกัน เพราะฉะนั้นนอกจากนี้เราเลยมีประเภทของบล็อคเชนมาให้ด้วย

    Cr: https://www.marketingoops.com/ 

    3 ประเภทของบล็อคเชน 

    • Public Blockchains

    มาเริ่มประเภทบล็อคเชนอันแรกกันก่อน ซึ่งเป็นบล็อคเชนที่เปิดให้ทุกคนทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้อย่างอิสระ โดยใช้ Proof of Work (POW) Algorithm โดยข้อมูลที่อยู่ในประเภทบล็อคเชนนี้คือ Bitcoin, Ethereum, Litecoin 

    • Private Blockchain

    เป็นรูปแบบบล็อคเชนแบบปิดสำหรับใชังานภายในองค์กรกันเองอาจจะเป็นบริษัทในเครือเท่านั้นที่มีสิทธิเข้าถึง Blockchain ได้ ซึ่งเหมาะกับองค์กรที่มีขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรที่มีขนาดใหญ่ ก็สามารถใช้บล็อคเชนนี้ได้ 

    • Consortium Blockchains หรือ Federated 

    เป็นการผสมกันระหว่างแบบ Publish และ Private เข้าด้วยกัน โดยแนวคิดนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากองค์กรต่างๆ มีลักษณะธุรกิจเหมือนกันและต้องรับส่งแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอยู่แล้ว มาราวมกันตั้งสิ่งที่เรียกว่า Consortium ขึ้นมา อย่างเช่น ธนาคารที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลการโอนเงินกับภายในสมาคมธนาคารด้วยกัน และธนาคารที่จะเข้ามาร่วมวงจะต้องได้รับอนุญาตจากตัวแทนก่อน ถึงจะเข้ามาใช้งานได้ ซึ่งยังคงคอนเซ็ปเรื่องความปลอดภัยเป็นหลักเช่นเคย 

    เป็นอย่างไรกันบ้างกับข้อมูล Blockchain ทั้งเรื่องความเกี่ยวกับ Bitcoin หลักการทำงานของบล็อคเชน และ ประเภทบล็อคเชน แต่เนื่องจากเทคโนโลยีบล็อคเชนจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หากคุณต้องการเข้าใจคุณจำเป็นต้องติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้คุณพลาดข่าวการเปลี่ยนแปลงแม้แต่อย่างเดียว