Categories
หุ้น

รายชื่อหุ้น 10 อันดับมาแรงใน SET 50

SET50

เชื่อว่าหลายคนที่กำลังเริ่มต้นที่จะเป็นนักลงทุน หรือนักลงทุนมือใหม่หลายคนอาจยังมีความสงสัย SET50 นั้นคืออะไร มีไว้ทำไม เพื่ออะไร แล้วมีประโยชน์ต่อนักลงทุนอย่างไร แน่ใจเลยว่าคำถามเหล่านี้น่าจะเกิดขึ้นในหัวหลายๆ คน และวันนี้จะมาสรุปให้เข้าใจและพร้อมกับจะพาไปดูว่า 20 รายชื่อลำดับต้นๆ SET50 ที่มาแรงในเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้ว่าจะมีอะไรบ้างที่มาแรงทะลุ Covid-19 ที่ว่ากระแสมาแรงแล้วยังต้องถอยให้กับหุ้นทั้ง 20 รายชื่อนี้

SET50 คืออะไร?

SET 50 เพื่อความเข้าใจง่าย ๆ ก็ คือ ดัชนีราคาหุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดเป็นอันดับต้น ๆ ในจำนวน 50 อันดับที่ได้รับการคัดเลือกและรับรองดจากกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตามราคาตลาด ( Market Capitalization ) และสภาพคล่องในการซื้อขายสูงสุด หรืออาจกล่าวได้ว่า SET50 ก็คือดัชนีราคา 50 หุ้นที่ดีที่สุดของตลาดหุ้นไทย ที่จะเคลื่อนไหวตาม ราคาหุ้น ที่อยู่ในกลุ่ม 50 บริษัท

จุดประสงค์ของ SET50

ในการจัดอันดับ SET50  นั้นก็เพราะนอกจากจะเป็นเครื่องมือวัดความเคลื่อนไหวของหุ้นขนาดใหญ่แล้ว SET50 ยังใช้ เป็นดัชนีอ้างอิงในการออกตราสารอนุพันธ์ เช่น SET50 Index Futures และ SET50 Index Options ด้วย

เพราะ SET50 นั้นจะประกอบด้วยหุ้นขนาดใหญ่ ทีมีพื้นฐานดีและผ่านกฎเกณฑ์ในการคัดเลือกจากตลาดหุ้น ทำให้จึงทำให้มีความปลอดภัยเมื่อเทียบกับหุ้นอื่นๆ และอาจได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆที่มีคนลงทุนมาก

หลักเกณฑ์การคัดเลือกดัชนี SET50

การทบทวนรายชื่อหุ้น SET 50 โดยจะทำทุกครึ่งปีโดยจะแบ่งรอบเป็น

รอบครึ่งปีแรกจะเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม โดยใช้ข้อมูลตั้งแต่ 1 ธันวามคมของปีก่อนหน้าจนถึง 30 พฤศจิกายนของปีปัจจุบันที่เลือก

รอบครึ่งปีหลังจะเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนตั้งแต่ 1 มิถุนายนของปีก่อนหน้าจนถึง 31 พฤษภาคมของปีที่คัดเลือก

สำหรับคุณสมบัติคร่าว ๆ ของหุ้นที่จะถูกเลือกในกลุ่มของ SET50 โดยหุ้นอันดับที่ 51-55 จะอยู่ในรายชื่อสำรอง และเกณฑ์เบื้องต้นก็จะประกอบด้วย

  • ต้องเป็นหุ้นสามัญที่เป็นหลักทรัพย์และมีการจดทะเบียนที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน รวมทั้งมีการเคลื่อนไหวซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ 
  • ต้องเป็นหุ้นที่ไม่อยู่ในระหว่างการเพิกถอน 
  • จะต้องไม่มีแนวโน้มถูกสั่งพักการซื้อขาย (SP)
  • ไม่เป็นหุ้นที่ผิดชำระหนี้แล้ว หรือไม่สามารถชำระหนี้จนสามารถส่งผลกระทบกับต่อฐานะการเงินของบริษัท
  •  ไม่เป็นหุ้นของบริษัทล้มละลาย หรือชำระกิจการ
  • หุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ สูงสุด 200 ลำดับแรก
  • มีผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุนชำระแล้ว
  • เป็นหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายอย่างสมำเสมอตามสภาพปกติของตลาด โดยไม่น้อยกว่า 50% ของมูลค่าซื้อขายเฉลี่ย

SET50 มีอะไรบ้าง? 

SET50

โดยวันนี้จะขอยกตัวอย่าง 10 หุ้นใน SET50 ที่น่าจะรู้จักมาแนะนำ โดยเป็นการอัพเดทล่าสุดเมื่อ วันที่ 14/09/2564 ได้แก่

1. ADVANC / บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

2. AOT / บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

3. BBL / ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

4. BDMS / บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)

5. BEM / บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

6. BGRIM / บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

7. BH / บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)

8. BJC / บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)

9. BTS / บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

10. CBG / บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วันนี้เราได้พาทุกท่านทำความรู้จักกับ SET50 ว่าคืออะไรและได้ทำความรู้จักกับ 10 อันดับหุ้นที่อยู่อันดับต้นของ SET50 แล้วอย่างไรก็ตาม ถ้าสนใจที่จะเดินทางสายนักลงทุนคงต้องแนะนำว่าจะต้องศึกษาค้นคว้าและติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหนวของตลาดหุ้นอยู่เสมอเพื่อจะได้ไม่ตกยุคนั่นเอง 

Categories
คริปโตเคอเรนซี่

สกุลเงินที่มีอิทธิพลที่สุดในโลกคืออะไร และสกุลเงินดิจิทัลน่าสนใจอย่างไร

สกุลเงิน หรือ เงินตรา ที่มีใช้ในแต่ละประเทศ จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศหรือกลุ่มประเทศ โดยการแลกเปลี่ยนเงิน หรือการซื้อของหรือบริการระหว่างประเทศที่ใช้สกุลเงินต่างกันจะใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินเป็นเกณฑ์ในการอ้างอิง สกุลเงินทั่วไปจะมีหน่วยสกุลเงินย่อย โดยส่วนมากจะเป็นอัตราส่วน 1/100 ของสกุลเงินหลัก  เช่น 100 สตางค์ = 1 บาท หรือ 100 เซนต์ = 1 ดอลลาร์ แต่บางสกุลเงินจะไม่มีหน่วยย่อยเช่น เงินเยน ในหลายหลายประเทศเนื่องจากเงินเฟ้อ ทำให้เงินย่อยมีการเลิกใช้ไป ปัจจุบันนี้เงินดอลลาร์สหรัฐ เป็นสกุลเงินที่มีอิทธิพลมากที่สุด และเป็นสกุลเงินหลักของโลก เนื่องจากผูกอยู่กับความต้องการน้ำมันดิบ จึงทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินหลักของโลก

สกุลเงินดิจิทัลน่าสนใจอย่างไร

ปัจจุบันนี้นอกจาก สกุลเงิน ที่ใช้ทั่วไปของแต่ละประเทศแล้ว ยังมีสกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโทเคอเรนซี ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก นักลงทุนทั่วโลกต่างให้ความสนใจและเริ่มศึกษาการลงทุนมากขึ้น แม้ปัจจุบันการใช้ สกุลเงินดิจทัล ในไทยเพื่อธุรกรรมชำระเงินยังมีจำกัด แต่ก็เริ่มมีคนไทยที่ผลิตคริปโทเคอเรนซีสัญชาติไทยได้แล้ว ซึ่งเราก็ต้องยอมรับว่าสกุลเงินดิจิทัลนั้นใกล้ตัวเรามากยิ่งขึ้น เพราะในสังคมปัจจุบันมีการใช้อินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก บางประเทศก็เริ่มที่จะใช้เงินดิจิทัลแทนที่จะพกเงินสดด้วย และยังมีรายงานผลการทดสอบที่พบว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนซึ่งเป็นตัวกลางในการทำรายการธุรกรรมของเงินดิจิทัลมีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพระบบการชำระเงินของไทยมากขึ้นด้วย ดังนั้นการรู้จักสกุลเงินดิจิทัล จึงเป็นสิ่งที่เราควรเรียนรู้ไว้เช่นกัน

สกุลเงิน

ที่มาภาพ : https://sites.google.com/site/cryptocurrencythai/bitcoin 

สกุลเงินดิจิทัลที่ใช้ได้อย่างถูกกฎหมายในประเทศไทย

สกุลเงินดิจิทัล กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในปัจจุบันด้วยการโอนจ่ายแลกเปลี่ยนที่สะดวก ต้นทุนต่ำและโปร่งใส ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน และข้อดีนี้ทำให้มีนักลงทุนเริ่มแห่เข้ามาสู่วงการขุดเงินดิจิทัลกันเป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตาม สกุลเงินดิจิทัล ก็มีความผันผวนทางมูลค่าเป็นอย่างมากคล้ายกับทุน นักลงทุนในวงการนี้จึงนิยมนำมันไปเทรดแลกเปลี่ยนเพื่อเพิ่มกำไรกันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ได้เปิดให้มีการลงทุนอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว โดยจะต้องซื้อขายผ่านสกุลเงินดิจิทัลที่มีการกำหนดไว้ 7 สกุล ดังนี้

สกุลเงิน แรก คือ Bitcoin เป็นเงินดิจิทัลแรกที่ทำให้ทำคนทั้งโลกได้รู้จักสกุลเงินดิจิทัลและเกิดกระแสการขุดบิตคอยน์กันไปทั่วโลก เป็นสกุลเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สกุลเงินที่สองคือBitcoin Cash ซึ่งนักลงทุนหลายๆ คนเชื่อว่าจะเป็นสกุลเงินที่จะมาแรงกว่า Bitcoin เนื่องจากมีสภาพคล่องสูงจะช่วยลดระยะเวลาการทำธุรกรรมให้ไวขึ้น ซึ่งสามารถโอนได้ทันทีเมื่อเกิดการซื้อขายนั่นเอง ต่อมาคือสกุลเงิน Ethereum ซึ่งได้รับ ความนิยมรองลงมาจาก Bidcoin ด้วยเทคโนโลยีที่มีความโดดเด่นอย่าง Smart Contract ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายธุรกิจทั่วโลกทำให้มูลค่าเหรียญ Ethereum เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลนับตั้งแต่เปิดตัว และยังมี Etheremu Classic, Litecoin, Ripple, Stellar

สกุลเงิน

ที่มาภาพ : https://www.techthaitoday.com/it-news/top-cryptocurrency 

Categories
หุ้น

set คืออะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อการลงทุน

set เป็นศัพท์ที่เราได้ยินกันบ่อยในหมู่นักลงทุน ซึ่งเป็นสิ่งแรกๆ ที่นักลงทุนจะต้องศึกษาและให้ความสำคัญเมื่อต้องการที่จะลงทุน ซึ่ง set ย่อมาจาก Stock Exchange of Thailand เป็น ตลาดหลักทรัพย์ ของประเทศไทย หรือ ดัชนีหุ้นไทย จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติ ตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย อยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยทำหน้าที่เป็นตลาดรองเพื่อแลกเปลี่ยนซื้อขายตราสารทุน ของบริษัทต่าง ๆ ที่ขึ้นทะเบียนไว้ และ เพื่อให้สามารถระดมเงินทุนเพิ่มเติมจากสาธารณะได้โดยสะดวก ปัจจุบันการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 

ดัชนี set คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร

แล้ว ดัชนีหุ้นไทย ทำอะไรบ้าง ดัชนี set คือดัชนีที่สะท้อนราคาหุ้นทุกตัวที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้มาจากการถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าตามราคาตลาด ด้วยการเปรียบเทียบมูลค่าตลาด เรามักจะได้ยินศัพท์คำว่าดัชนี SET50 และ SET100 อยู่บ่อยๆ ซึ่งทั้งสองคำนี้จะเป็นดัชนีที่ใช้แสดงระดับและการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด 50 และ 100 ตัวแรก 

ความสำคัญของการทำความรู้จัก set คือสามารถนำไปเปรียบเทียบราคาและสังเกตแนวโน้มของตลาด และยังสามารถใช้วัดประสิทธิภาพของการลงทุนหุ้น หรือกองทุนรวมหุ้นของเราด้วยว่าสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าหรือแย่กว่าตลาด เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการคาดการณ์ทิศทาง และแนวโน้ม ซึ่งจะเป็นที่นิยมใช้สำหรับนักวิเคราะห์ทางเทคนิค

set

 ที่มาภาพ : https://www.prachachat.net/finance/news-779188 

set ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่นักลงทุนมือใหม่ควรทำความรู้จัก

ดัชนีหุ้นไทย นั้นมีหลายประเภท ซึ่งการทำความรู้จักดัชนีต่างๆ นั้นเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับนักลงทุนมือใหม่ ซึ่งจำเป็นอย่างมากที่จะต้องศึกษาอย่างถี่ถ้วนเพื่อเป็นความรู้ในการลงทุน 

ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่มือใหม่ควรทำความรู้จัก ได้แก่ SET Index คือ ดัชนีราคาหุ้นของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ นิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า ดัชนีหุ้นไทย จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นสามัญทุกตัวใน ตลาดหลักทรัพย์ ประเทศไทย รวมไปถึงหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ก็จะถูกคำนวณด้วยเช่นกัน ต่อมาที่เราควรรู้จักคือ SET50 และ SET100 ขึ้น เพื่อให้การลงทุนในตลาดหุ้นไทยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะคำนวณโดยใช้หุ้นสามัญจดทะเบียนที่ผ่านการคัดเลือก 50 อันดับแรก และ 100 อันดับแรกตามลำดับ 

อีกหนึ่งดัชนีหุ้นที่สำคัญคือ mai Index ซึ่ง mai เป็นตลาดหลักทรัพย์ที่มีวัตถุประสงค์เดียวกับ set คือ ทำหน้าที่เป็นตลาดทุนที่ให้บริษัทต่างๆ เข้ามาระดมทุน แต่แตกต่างที่บริษัทเข้ามาจดทะเบียนจะเป็นกิจการขนาดกลางไปจนถึงขนาดย่อม เป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นสามัญทุกตัวในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอทั้งหมด นอกจากนี้ยังมี SETHD Indexเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสูงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีมูลค่าตามราคาตลาดสูง มีสภาพคล่องตัวอย่างสม่ำเสมอ โดยคัดเลือกมาเพียง 30 ตัว ดัชนีตัวสุดท้ายคือ sSET Indexเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นสามัญที่จดทะเบียนใน set แต่อยู่นอกเหนือการคำนวณในดัชนี SET50 และ SET100 และ mai หรืออาจจะกล่าวได้ว่าเป็นหุ้นที่มีขนาดกลางถึงเล็ก

set

ที่มาภาพ : https://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain 

Categories
บทวิเคราะห์

ส่องดัชนีset50 ในปี2564 ที่มีมูลค่าในการซื้อขายสูงสุด

set50 คือ ดัชนีราคาหุ้น ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดทำขึ้นอีกตัวหนึ่ง เพื่อใช้แสดงระดับความเคลื่อนไหวของดัชนีราคาหุ้นสามัญ 50 ตัว โดยคัดเลือกกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตามราคาตลาดและสภาพคล่องในการซื้อขายสูงสุด 50 อันดับแรก

จุดประสงค์ของ set50 นั้นนอกจากจะเป็นเครื่องมือวัดความเคลื่อนไหวของหุ้นขนาดใหญ่แล้ว ยังสามารถใช้เป็นดัชนีอ้างอิงในการออกตราสารอนุพันธ์ เช่น SET50 Index Futures และ SET50 Index Options ด้วยความที่ set50 ประกอบด้วยหุ้นขนาดใหญ่ พื้นฐานดีและผ่านกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดของตลาดหุ้น ทำให้หลายคนมองว่า หุ้นในกลุ่มนี้ เป็นหุ้นที่ปลอดภัยเมื่อเทียบกับหุ้นทั่วไป และนักลงทุนหลายคนอาจได้หุ้นตัวแรกจากหุ้นset50 ในกลุ่มนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม คุณควรที่จะต้องศึกษาค้นคว้าและทำการประเมินแนวโน้มของอนาคตของหุ้นด้วยตนเอง เพื่อที่จะได้คิดวิเคราะห์แนวโน้มของดัชนีราคาหุ้นได้ถูกต้อง

set50

ที่มาภาพ : https://www.prachachat.net/breaking-news/news-568702

หลักเกณฑ์การคัดเลือกดัชนี SET50

ในการที่หุ้นต่างๆ จะผ่านเข่าเกณฑ์ 50 อันดับแรกเพื่อจะบรรจุเข้า set50 จะต้องมีคุณสมบัติที่ดี มีพื้นฐานดัชนีราคาหุ้นที่ได้รับการยอมรับ ซึ่งมีหลักเกณฑ์คร่าว ๆ คือ ต้องเป็นหุ้นสามัญที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์และเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน นอกจากนี้หุ้นนั้นๆ จะต้องไม่อยู่ในกระบวนการเพิกถอน ไม่ถูกสั่งพักการซื้อขายหรือมีแนวโน้มถูกสั่งพักการซื้อขาย (SP) เป็นเวลานานเกิน 20 วัน และไม่เป็นหุ้นที่ผิดชำระหนี้แล้วหรือไม่สามารถชำระหนี้ที่อาจส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินของบริษัท ไม่เป็นหุ้นของบริษัทล้มละลายหรือเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการหรือชำระกิจการ และหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด สูงสุด 200 ลำดับแรก มีผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุนชำระแล้ว เป็นหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายอย่างสม่ำเสมอตามสภาพปกติของตลาด โดยไม่น้อยกว่า 50% ของมูลค่าซื้อขายเฉลี่ย

โดยหุ้นที่ผ่านเกณฑ์ 50 อันดับแรกจะบรรจุเข้า set50 โดยหุ้นอันดับที่ 51-55 จะอยู่ในรายชื่อสำรอง และจะมีการทบทวนรายชื่อหุ้นset50 โดยจะทำทุกครึ่งปี ซึ่งจะทำทุกเดือนมิถุนายน สำหรับรายชื่อหุ้นset50 ครึ่งปีหลัง และคัดเลือกอีกครั้งในเดือนธันวาคม สำหรับรายชื่อหุ้นset50 ครึ่งแรกของปีถัดไป

set50

ที่มาภาพ : https://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain

set50 ปี 2564 มีอะไรบ้าง

set50 เป็น ดัชนีราคาหุ้น ที่ได้รับความนิยม ซึ่งในปี2564 นั้น มี50บริษัทดังนี้ ADVANC, AOT, BLL, BDMS, BEM, BGRIM, BH, BJC, BTS, CBG, COM7, CPALL, CPF, CPN, CRC, DELTA, DTAC, EA, EGCO, GLOBAL, GPSC, GULF, HMPRO, INTUCH, IRPC, IVL, KBANK, KCE , KTB, KTC, LH, MINT, MTC, OR, OSP, PTT, PTTEP, PTTGC, RATCH, SAWAD, SCB, SCC, SCGP, STA, STGT, TISCO, TOP, TRUE, TTB, TU ซึ่งธุรกิจทั้ง 50 บริษัทนี้ มีทั้งธุรกิจอาหาร ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ธุรกิจการแพทย์ ธุรกิจการเงิน ธุรกิจเทคโนโลยี ธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรมและธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย 

หุ้นset50 เป็นหุ้นที่ได้รับการจับตามองจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานที่ดี มีคุณสมบัติที่ได้มาตรฐาน ทั้งยังเป็นหุ้นที่มีสภาพการดำเนินงานคล่องตัวที่สุด มีมูลค่าหุ้นด้วย ดังนั้นเหล่านักลงทุนจึงมั่นใจได้ว่าการลงทุนกับหุ้นset50 นั้น จะได้ผลตอบแทนที่ดีแน่นอน

Categories
หุ้น

รู้จักตลาดหุ้นและกลยุทธ์ในการลงทุน

ตลาดหุ้น เป็นตลาดที่นักลงทุนส่วนใหญ่รู้จักกันอยู่แล้ว ซึ่งจะแยกเป็นสองตลาดคือ ตลาดที่บริษัทนำเงินมาระดมทุนในตลาดเพื่อหาเงินทุน และตลาดรอง ซึ่งจะเหมือนตลาดทั่วไป สินค้าที่ซื้อขายกันคือหุ้นของบริษัท สิ่งที่จะได้รับจากการซื้อขายหุ้นนั้นมีสองส่วน ส่วนแรกคือความเป็นเจ้าของกิจการ เมื่อบริษัทมีกำไรนักลงทุนจะได้รับเงินปันผลตามสัดส่วนการถือหุ้น และส่วนที่สองคือส่วนต่างราคา จากการที่ ราคาหุ้นในตลาดปรับตัวขึ้น 

หากคุณหากเริ่มลงทุน อยากซื้อหุ้น ก็สามารถทำได้ แต่จะต้องรู้จักคิด วิเคราะห์หุ้นด้วย การซื้อขายในตลาดไม่สามารถส่งคำสั่งการซื้อขายกันโดยตรงไปที่ ตลาดหุ้น โดยตรงได้ แต่จะต้องผ่านตัวกลางการซื้อขาย หรือที่เรียกกันว่า โบรกเกอร์ เมื่อการซื้อขายเกิดขึ้น นักลงทุนก็จ่ายค่าธรรมเนียมนิดหน่อย บริษัทโบรกเกอร์ก็จะจัดการงานทุกอย่างให้ เช่น การชำระค่าซื้อขาย การโอนหุ้นมาเป็นชื่อเรา และอื่นๆ แต่การลงทุนล้วนมีความเสี่ยง คุณควรที่จะใช้เงินทุนที่เหลือใช้ และเก็บเงินออมไว้เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินในอนาคตด้วย

ตลาดหุ้น

ที่มาภาพ : https://www.prachachat.net/finance/news-754601 

การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นและการวิเคราะห์ตลาดหุ้น

ราคาการเคลื่อนไหวของ ตลาดหุ้น ในระยะสั้นจะเคลื่อนไหวตามการซื้อขาย ที่เกิดจากการคาดการณ์ผลประกอบการในอนาคตของกิจการ แต่ถ้าในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับความเป็นจริง กิจการมีผลประกอบการออกมากำไรเพิ่มขึ้น ราคาหุ้นก็จะปรับตัวสูงขึ้น และเงินปันผลที่ได้ในแต่ละปีจะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ส่วนการวิเคราะห์หุ้น ก็คือการวิเคราะห์มองอนาคตของผลประกอบการนั่นเอง ว่าจะได้กำไรเพิ่มขึ้นหรือไม่ ในการวิเคราะห์หุ้นจะประกอบไปด้วย การวิเคราะห์พื้นฐานของกิจการว่าดีหรือไม่ดี เพราะหากมีพื้นฐานไม่ดี ก็จะทำให้การลงทุนของคุณนั้นเสียเปล่า นอกจากนี้ยังต้องทำการวิเคราะห์หาปัจจัยเร่งที่จะทำให้กำไรของกิจการบริษัทเติบโตได้ในอนาคต และสุดท้ายคือการประมาณการมูลค่าหุ้นที่เหมาะสม 

กลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้น ที่ควรรู้

กลยุทธ์ในการลงทุนใน ตลาดหุ้น นั้น จะมีวิธีการหากำไรในตลาดอยู่สองวิธี คือ การหากำไรจากการส่วนต่างราคาเพราะเห็นว่าราคาตลาดเปลี่ยนแปลงทุกวัน หากสามารถจับจังหวะหุ้นได้ ก็หากำไรจากการซื้อขายได้ และอีกหนึ่งวิธีคือเป็นนักลงทุน คุณจะต้องไปลงทุนในบริษัทที่มีพื้นฐานดี มีปัจจัยเร่งให้เติบโต และราคาหุ้นปัจจุบันไม่แพงมาก มีมูลค่าเหมาะสม จากนั้นก็ถือไปเรื่อยๆ การลงทุนใน ตลาดหุ้น ไม่มีข้อกำหนดขั้นต่ำว่าต้องใช้เงินเท่าไร จะเริ่มต้นลงทุนจากเงินจำนวนน้อยๆ หรือหลักพันบาทก็ได้ ทำงานไปได้เท่าไรก็นำมาลงทุนเรื่อยๆ เพราะการลงทุนก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่อาจจะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในด้านการเงินได้ เมื่อบริษัทมีกำไร นักลงทุนจะได้รับเงินปันผลตามสัดส่วนการถือหุ้น และส่วนต่างราคา ตลาดหุ้น นั้นมีการเปลี่ยนแปลงผันผวนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นหากจะลงทุนสิ่งใดก็ควรที่จะคิดวิเคราะห์หุ้น และ ราคาหุ้น ให้ดีก่อน หากเป็นไปได้ก็ควรเลือกลงทุนระยะยาวด้วย 

ตลาดหุ้น

ที่มาภาพ : https://www.prachachat.net/finance/news-621299