Categories
หุ้น

นักลงทุนจับตาแถลงสภาคองเกรส คาดมีผลกับตลาดหุ้น!

เป็นที่น่าจับตามองสำหรับนักลงทุนใน ตลาดหุ้น ทั่วโลกกับกำหนดแถลงการณ์รอบครึ่งปีทีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์นี้ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) โดยกำหนดกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์นี้ มีขึ้นเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจ, อัตราเงินเฟ้อ, ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ รวมทั้งผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ

ตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นไปต่อหรือรอก่อนสัปดาห์นี้รู้ผลอย่างแน่นอน

จากแถลงการณ์เดิมนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะกล่าวถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันที่ 14 ก.ค. 2564นี้ และแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 15 ก.ค. 2564 โดยแถลงการณ์ของนายพาวเวลในสัปดาห์นี้ถือว่ามีความสำคัญต่อตลาดหุ้นอย่างมาก เนื่องจากเขาอาจส่งสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE

เพราะหลังจากที่รายงานการประชุมของเฟดประจำเดือนมิ.ย.ระบุว่า กรรมการเฟดได้เริ่มหารือกันเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และการปรับลดวงเงิน QE พร้อมกับส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2566 ซึ่งเร็วกว่าเดิมถึง 1 ปี และเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในปีดังกล่าว นอกจากนี้ คำแถลงของนายพาวเวลยังมีผลต่อความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นอย่างมาก 

โดยเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้นหลังจากที่นายพาวเวลแถลงต่อคณะอนุกรรมการว่าด้วยวิกฤตการณ์โควิด-19 ประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐว่า เฟดมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนตลาดแรงงานให้ฟื้นตัวเป็นวงกว้างและครอบคลุม และเฟดจะไม่ใช้ความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อเป็นแรงผลักดันให้ต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวดเร็วเกินไป

“ตัวเลขเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ไม่ได้บ่งชี้ว่าเฟดจำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเรามองว่าการดีดตัวของเงินเฟ้อเป็นผลกระทบโดยตรงที่เกิดจากการเปิดเศรษฐกิจของสหรัฐ เราจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนเวลาอันควรเพียงเพราะความกังวลเรื่องเงินเฟ้อเพียงปัจจัยเดียว แต่เราจะรอให้มีหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดจากเงินเฟ้อหรือภาวะไร้สมดุลในด้านอื่น ๆ ก่อนที่จะตัดสินใจใด ๆเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย” นายพาวเวล กล่าว

ตลาดหุ้น

CR : https://www.prachachat.net/world-news/news-196360 

สภาคองเกรส 1 ในปัจจัยการขึ้น-ลงตลาดหุ้น

สภาคองเกรสนั้นมีความสำคัญต่อการขึ้นและลงของตลาดหุ้นอย่างมาก สังเกตได้จากที่ผ่านมา การขึ้น-ลงของตลาดหุ้นมักเกิดขึ้นหลังจากแถลงการณ์ของสภาคองเกรสได้แถลงการณ์จบลงไปแล้ว อาทิ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้นหลังจากที่นายพาวเวลแถลงต่อคณะอนุกรรมการว่าด้วยวิกฤตการณ์โควิด-19 ประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐว่า 

“เฟดมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนตลาดแรงงานให้ฟื้นตัวเป็นวงกว้างและครอบคลุม และเฟดจะไม่ใช้ความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อเป็นแรงผลักดันให้ต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวดเร็วเกินไป รวมถึงการปรับลดวงเงิน QE

โดยตามธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาของสภาคองเกรส ประธานเฟดที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบันมีกำหนดกล่าวแถลงการณ์ต่อสภาคองเกรสปีละ 2 ครั้ง โดยครั้งแรกในเดือนก.พ. และอีกครั้งในเดือนก.ค.