โบรกเกอร์เชียร์ 4 หุ้นไทยแกร่ง! เอาอยู่ในสถานการณ์ล็อกดาวน์

Share Post:

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email

ยังคงสุ่มเสี่ยงอยู่สำหรับสถานการณ์หุ้นไทยในขณะนี้ เนื่องจากผลกระทบที่ได้รับจากสถานการณ์ล็อกดาวน์ อย่างไรก็ตามโบรกเกอร์จากหลายส่วนยังคงมองว่าหุ้นไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวทางเทคนิคระยะสั้นในช่วงเช้า แต่มีโอกาสที่จะอ่อนแรงลง โดยมองแรงขายลดความเสี่ยงจากการกังวลล็อกดาวน์ ในกรอบที่ 1,500-1,565 จุด

หุ้นไทย

https://www.freepik.com/free-photo/capital-tablet-exchange-screen-skyscraper_1088871.htm#page=1&query=%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99&position=1

4 หุ้นไทยน่าซื้อ ช่วงสถานการณ์ล็อกดาวน์

สำหรับหุ้นไทยเด่น ๆ ที่จะแนะนำในช่วงนี้มีอยู่ด้วยกันถึง 4 ตัว นั่นก็คือ หุ้น BCPG, หุ้น BDMS, หุ้น TU และ หุ้น SIS ซึ่งเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานที่ค่อนแข็งแรงเป็นอย่างมาก และเมื่อดูไปที่พื้นฐานการให้บริการ หรือผลิตภัณฑ์ของแต่ละบริษัท จะพบว่าค่อนข้างไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ล็อกดาวน์เท่าไหร่ ทำให้ความเสี่ยงในสถานการณ์ตลาดหลักทรัพย์ที่มีความผันผวนค่อนข้างสูงไม่ค่อยส่งผลกระทบต่อ 4 หุ้นไทยเหล่านี้มากนัก

หุ้นไทย

https://www.freepik.com/free-photo/stock-exchange-data-investment-workplace-concept_2861616.htm#page=2&query=%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99&position=36

4 หุ้นไทยมีแนวโน้มเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ!

โดย 4 หุ้นไทยที่มีแนวโน้มเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญมีดังนี้

1. หุ้น BCPG 

เริ่มกันที่หุ้นตัวแรกอย่าง BCPG ซึ่งโบรกเกอร์ส่วนใหญ่มองว่าเป็นหุ้นที่มีมุมมองบวกจากการรุกเข้าสู่ธุรกิจ Vanadium Redox Flow Battery (VRFB) จากจุดเด่น ได้แก่ 

  • อายุการใช้งาน 25-30 ปี vs Li-Ion Battery (LIB) ที่ 10-15 ปี
  • ต้นทุนเฉลี่ยอายุโครงการโรงไฟฟ้าต่ำกว่า LIB อย่างมีนัยสำคัญ

โดยแนวโน้มกำไร 2Q64 คาดกำไรปกติที่ 400-450 ลบ. เติบโต YoY และการเข้าลงทุนในธุรกิจ VRFB จะสร้าง Synergy ในระยะยาวให้กับ BCPG ขณะที่ประมาณการกำไรของเรามี Upside จากโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ที่อยู่ระหว่างศึกษา คาดว่าราคาปิดที่ทำได้จะอยู่ที 14.00 บาท แนวต้านทางเทคนิค 15.00 บาท

2. หุ้น BDMS 

สำหรับหุ้นตัวนี้ได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ทำให้จนถึงตอนนี้มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดย BDMS ได้ Sentiment เชิงบวกจากประเด็นนำเข้าวัคซีนทางเลือก “Moderna” ที่จองกันอย่างล้นหลามในหลายโรงพยาบาล และยังเชื่ออีกว่าผลประกอบการนับจาก 2Q64 ต่อเนื่องปี 2565 จะฟื้นตัวต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกทม.

อีกทั้ง 2H64 จากความคืบหน้าวัคซีน อาจหนุนผู้ป่วยไทยฟื้นตัวดีกว่าที่คาดเอาไว้ ขณะที่ผู้ป่วย Fly-in คาดหวังเริ่มทยอยฟื้นตัวบางส่วน คงคาดกำไรปกติปี 2564 โต 43% YoY โดยมูลค่าพื้นฐานควรอยู่ที่ 24บาท แนะนำให้ทยอยสะสมไว้และถือในระยะยาว

3. หุ้น TU 

เรียกได้ว่าเป็นหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรแข็งแกร่งในไตรมาส 2/64 เติบโตทั้ง QoQ YoY เลยก็ว่าได้ ส่วนหนึ่งคาดว่าเกิดจากยอดขายอาหารทะเลแช่แข็งและอาหารสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับสูงและควบคุมต้นทุนได้ดี ขณะที่ Red Lobster ฟื้นตัวได้หลังจากเปิดเมือง คาดว่ากำไรไตรมาส 3/64 ดีต่อเนื่องโดยได้ผลบวกจากเงินบาทอ่อนค่า ให้ราคาเป้าหมายที่ 22.1 บาท

4. หุ้น SIS 

คาดกำไร ไตรมาส 2 /64 เติบโต YoY และทรงตัวในระดับสูง QoQ จากยอดขายสินค้า IT ที่อยู่ในเกณฑ์ดี ผสานกับโอกาสจากการWFH ที่คาดว่าจะต่อเนื่องไปจนถึงครึ่งหลังของปี เป็นปัจจัยหนุนให้กำไรครึ่งปีหลังขยายตัวดีกว่าครึ่งแรก และระยะกลางจะมีสัดส่วน Recurring income มากขึ้นโดยราคาเป้าหมายอยู่ที่ 40 บาท