รู้จัก blockchain เทคโนโลยีที่อาจเปลี่ยนโลกการเงินดิจิทัลในอนาคต

Share Post:

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email

blockchain คือเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยในธุรกรรมการเงิน ให้มีความปลอดภัย โปร่งใสและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น เป็นการทำธุรกรรมการเงินโดยไม่ต้องอาศัยคนกลาง สามารถโอนโดยไม่ต้องแปลงสกุลเงิน เหมาะแก่การนำไปประยุกต์ใช้กับการทำธุรกรรมออนไลน์ เป็นเทคโนโลยีมีระบบการเก็บข้อมูล ซึ่งข้อมูลที่ได้รับการปกป้องจะถูกแชร์และจัดเก็บเป็นสำเนาไว้ในเครื่องของทุกคนที่ใช้ฐานข้อมูลเดียวกันเสมือนห่วงโซ่ ทำให้ยากต่อการแฮ็กข้อมูล blockchain จึงนับว่าเป็นเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมในแง่ของเครดิต นอกจากนี้ ยังเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามารองรับการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลด้วย

หากคุณสนใจอยากเป็นนักธุรกิจหน้าใหม่ blockchain ก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณจะต้องรู้จัก และเรียนรู้ไว้ เพราะในอนาคตระบบการใช้เงินดิจิทัลออนไลน์จะมีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันนี้ ชีวิตประจำวันของมนุษย์เกี่ยวข้องแล้วต้องอยู่กับอินเทอร์เน็ตมากขึ้น เรามาทำความรู้จัก blockchain เพื่อเป็นความรู้ไว้ใช้ต่อยอดการทำธุรกิจในอนาคตกันเลย

blockchain

ที่มาภาพ : https://dpux-reskill.dpu.ac.th 

เทคโนโลยีบล็อกเชน สามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง

นอกจากการบันทึกข้อมูลธุรกรรมออนไลน์ทางการเงินของบิตคอยน์แล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่าปัจจุบันนี้ ผู้คนนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้กับอะไรบ้าง

1.การซื้อขายหุ้น เทคโนโลยี Blockchain ทำให้การซื้อขายหุ้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยทำให้การยืนยันการซื้อขายสามารถทำได้แทบจะทันที เพราะว่าตัดตัวกลางออกไป ทำให้การซื้อขายทำได้เร็วขึ้น

2.การปกครอง เทคโนโลยีฐานข้อมูลแบบกระจาย นำความโปร่งใสเข้ามาสู่ระบบเพราะคนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ สามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์กับการเลือกตั้งเพื่อให้การเลือกตั้งมีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น 

3.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในหลายๆ ประเทศ มีการนำบล็อกเชนมาเก็บข้อมูลแทนโฉนด หรือการนำบล็อกเชนมาช่วยในการแบ่งการเป็นเจ้าของ นอกจากนี้ยังมีหลายประเทศที่ใช้ Blockchain สำหรับการจดทะเบียนที่ดินด้วย

4.ธุรกิจโรงพยาบาล ได้มีการนำบล็อกเชนมาเก็บข้อมูลการรักษาของคนไข้และมาช่วยตรวจสอบที่มาของยาแต่ละชนิด ป้องกันการปลอมแปลง

5.ธุรกิจการเงิน ซึ่งเป็นธุรกิจแรกๆ ที่บล็อคเชนถูกพัฒนาขึ้นมาใช้ มีการนำบล็อกเชนมาจัดการเรื่อง ข้อมูลลูกค้าและ Credit Score บนระบบกู้ยืมทางออนไลน์ หรือไปจนถึงการใช้ Token ในการระดมทุนต่างๆ ทั้ง ICO IEO หรือ STO 

6.ธุรกิจค้าปลีก ได้มีโครงการนำข้อมูลอาหารที่ขายมาเก็บเพื่อดูสายการผลิตจากโรงงานมาถึงชั้นวางของ 

7.ธุรกิจพลังงาน ได้มีการขยายมาที่เมืองไทยเพื่อพัฒนาการซื้อขายพลังงานแบบ Peer to peer โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน หรือ WePower บริษัทจาก Estonia ก็ทำเรื่องคล้ายๆ กันแต่เน้นไปทางพลังงานทดแทนเป็นหลัก

8.ธุรกิจการศึกษา มีบางประเทศได้มีการออกปริญญาบัตร Certificate และก็ Transcript บนเทคโนโลยีบล็อกเชนเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ยังสามารถใช้บล็อกเชนในการจัดการข้อมูล ระดมทุน และป้องกันการฟอกเงิน รวมถึงการทำความรู้จักลูกค้าได้ด้วย

blockchain

ที่มาภาพ : https://isg-one.com/consulting/blockchain/articles 

สรุปการทำงานของบล็อกเชน

ประโยชน์ของบล็อกเชนคือสามารถตรวจสอบการทำธุรกรรมออนไลน์ย้อนหลังได้จากทุกฝ่าย ไม่สามารถทุจริตได้ เพราะข้อมูลไม่สามารถปลอมแปลงได้ สามารถจัดเก็บข้อมูลการทำธุรกรรมหรือสัญญาการทำธุรกรรมออนไลน์ได้ และจะแจ้งเตือนเมื่อสัญญานั้นกำลังจะหมดอายุ เมื่อทำธุรกรรมก็สามารถประหยัดเวลาแลัค่าใช้จ่ายไปได้มาก เพราะไม่ต้องผ่านตัวกลาง ดังนั้นเราจึงสามารถนำบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เพราะมีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือ

ปัจจุบันนี้ในประเทศไทยก็มีการนำบล็อกเชนมาใช้งานมากขึ้น เนื่องจากมีนักลงทุนมากมายที่สนใจลงทุนในระบบดิจิทัล นอกจากนี้ยังมีการนำบล็อกเชนมาใช้ในระบบจัดเก็บเอกสาร การทำสัญญาระหว่างบริษัทมากขึ้นอีกด้วย