รันวงการ Blockchain เมื่อธนาคาร Sygnum เปิดให้บริการเป็นเจ้าแรก!

Share Post:

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email

กลายเป็นข่าวร้อนที่น่ายินดีไปเรียบร้อยแล้วสำหรับวงการ Blockchain เมื่อธนาคาร Sygnum ของสวิตเซอร์แลนด์ ได้ออกมาประกาศตัวว่าเป็นธนาคารสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นธนาคารแห่งแรกในโลกที่นำเสนอบริการฝากเหรียญ (stake) Ethereum 2.0 ผ่านแพลตฟอร์มของธนาคารในระดับสถาบัน โดยชูผลตอบแทนนักลงทุนมากถึง 7% ต่อปี

Blockchain

CR: https://cryptosiam.com/eth-2-0-go-live-sooner-than-expected/

Ethereum 2.0 ตัวช่วยที่จะทำให้การทำธุรกรรมบน Blockchain ปลอดภัยกว่า!

พูดกันตามตรงธนาคาร Sygnum กำลังเผชิญกับการแข่งขันจากผู้ให้บริการ Stake ที่เป็นเจ้าของสกุลเงินดิจิทัลเองและแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลแบบรวมศูนย์ ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำของสหรัฐอเมริกาอย่าง Coinbase และ Kraken ด้วย แต่ท้ายที่สุดธนาคาร Sygnum ก็ได้ข้อสรุปการเลือกผู้ให้บริการ Stake เป็น Ethereum 2.0 

Thomas Brunner หัวหน้าฝ่ายบัญชีและการดูแลของ Sygnum Bank กล่าวว่า การเลือกใช้ Ethereum 2.0 จะทำให้การทำธุรกรรมบน Blockchain ปลอดภัยกว่า โดยลูกค้า Sygnum สามารถเข้าร่วมใน Ethereum proof-of-stake ซึ่งเปิดให้บริการใหม่นี้ได้ และจะได้รับประโยชน์จากผลตอบแทนที่อาจสูงขึ้นในขณะนี้ นี่น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่ใช้บริการด้านการเงินแบบ DeFi ซึ่งอยู่ในระบบนิเวศของ Ethereum

โดยเหตุผลที่ทำให้ Ethereum 2.0 ปลอดภัยกว่า คุ้มค่ากว่า ต้องบอกก่อนว่า Ethereum 2.0 ใช้ทรัพยากรพลังงานน้อยกว่า Ethereum 1.0 ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้พลังการคำนวณสูงๆ เพื่อแก้โจทย์ทางคณิตศาสตร์ นอกจากนี้ในแง่ของความปลอดภัยมันยังทำงานได้ดีกว่าเดิมด้วย ที่สำคัญกว่านั้น Ethereum 2.0 ยังสามารถใช้งานกับระบบขนาดใหญ่ที่มีธุรกรรมจำนวนมากได้ดีกว่าแบบเดิม นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ธนาคาร Sygnum เลือกใช้บริการกับ Ethereum 

Blockchain

https://www.freepik.com/free-photo/two-businessmen-holding-business-icon-big-ethereum-isolated-white-background-cryptocurrency-bitcoun-litecoin-e-commerce-finance-concept-collage_10250638.htm#page=1&query=Ethereum&position=1

Ethereum ผู้ให้บริการการทำธุรกรรมบน Blockchain ที่เป็นรองแค่ Bitcoin

Ethereum คือ เครือข่าย Blockchain ที่เป็นแพลตฟอร์มสัญญาอัจฉริยะชั้นนำที่เป็นรองแค่ Bitcoin มีมูลค่าทางตลาดมากกว่า 250 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีผลิตภัณฑ์และบริการด้านการเงินแบบกระจายอำนาจ หรือ DeFi ส่วนใหญ่ทำงานบน Ethereum ปัจจุบัน Ethereum มีพื้นที่ DeFi เติบโตสูง ว่ากันว่ามูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกล็อกใน DeFi เติบโตขึ้นมากกว่า 3 เท่าตั้งแต่เริ่มต้นปี 2564 (ข้อมูลจาก DeFi Pulse)

จากการเปิดเผยข้อมูลของ Staking Rewards พบว่า ปัจจุบัน Eth2 เป็นเครือข่าย Proof-of-Stake ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ด้วยมูลค่าการ Stake อยู่ที่ 13.5 พันล้านดอลลาร์ แม้ว่าจะมีเพียง 5% ของอุปทาน Ether ในปัจจุบันที่ถูกล็อกเพื่อ Stake ขณะเดียวกัน Cardano หรือ ADA ซึ่งมีขนาดที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ด้วยมูลค่าการ stake ที่ 31.8 พันล้านดอลลาร์และ 70.7% ของอุปทาน ADA ถูกล็อคอยู่ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามการ stake นั้นนับได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของเฟสแรก บนแผนงานของ Ethereum 2.0 ที่เริ่มเปิดให้นักลงทุนระยะยาวใช้งานจริงในเดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ด้วยการเปิดตัว Beacon Chain ซึ่งจะเริ่มทยอยการอัปเกรดเต็มรูปแบบ โดยคาดว่าจะใช้เวลามากกว่า 1 ปีจึงจะเสร็จสมบูรณ์ โดยบล็อกเชนใหม่นั้นได้รับการทดสอบและพิสูจน์แล้วว่ามีเสถียรภาพ และมีมูลค่า Ethereum มากกว่า 13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ถูก Stake ไปแล้ว