บิทคอยน์ ไม่ได้ไปต่อ! Word Bank เบรค EI Salvador ใช้บิทคอยน์ชำระหนี้ตามกฎหมาย

Share Post:

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email

     สำหรับสาวกนักขุดเหรียญทุกท่าน เมื่อไม่นานมานี้คุณคงได้ยินข่าวว่า ประเทศ EI Salvador มีมติเห็นชอบจากสภาให้ใช้บิทคอยน์ในการชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ซึ่งถือเป็นประเทศแรกของโลกที่สร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรก ด้วยคะแนนเสียงโหวตในสภาท้วมท้น 62 จาก 84 เสียง แต่ EI Salvador และนักขุดเหรียญทั่วโลกต่างต้องคอตกเป็นแถว เพราะทาง Word Bank ออกมาปฏิเสธไม่ให้ใช้บิทคอยน์ชำระหนี้ เหตุเพราะกังวลเรื่องความโปร่งใส และสิ่งแวดล้อม

บิทคอยน์ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ EI Salvador

     ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน ทาง Nayib Bukele ประธานาธิบดีของประเทศ EI Salvador โพสต์ลงทวิตเตอร์ส่วนตัวว่ามีมติในสภาอนุมัติใช้บิทคอยน์ในประเทศได้ เพราะมองเห็นข้อดีของการใช้เหรียญบิทคอยน์ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการเข้าถึงบริการทางการเงิน การลงทุน การท่องเที่ยว นวัตกรรม เศรษฐกิจภายในประเทศ และทำให้คนที่ทำงานอยู่ต่างประเทศส่งเงินกลับมาในประเทศได้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ต้องผ่านตัวกลางให้เสียเวลา จึงทำให้ทาง Nayib Bukele ประธานาธิบดีของประเทศ EI Salvador เชิญชวนให้คนประเทศหันมาขุดบิทคอยน์ สนับสนุนให้ใช้บิทคอยน์

     ซึ่งข้อมูลการเงินจาก Word Bank ระบุว่า เงินที่ส่งกลับมาในประเทศ EI Salvador มีมูลค่าถึง 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1 ใน 5 ของ GDP ปี 2019 นับเป็นอัตราเงินที่สูงที่สุดในโลก และนับเป็นรายได้หลักของประเทศ EI Salvador เลยก็ว่าได้ ซึ่งเหตุที่ทำให้ตัวเลขการเงินของประเทศ EI Salvador พุ่งสูงขนาดนี้ คาดว่าบิทคอยน์เข้ามาจึงทำให้การโอนเงินข้ามประเทศเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วขึ้น นั่นจึงเหตุที่ทำให้ Nayib Bukele บอกว่าบิทคอยน์มีส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ 

     ทั้งนี้ทางประธานธนาคารกลางของ EI Salvador ให้สัมภาษณ์กับทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลว่า ที่ผ่านมาประเทศ EI Salvador ใช้เหรียญบิทคอยน์ ในการทำธุรกรรมภายในประเทศอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีประชาชนบางส่วนที่กังวล แต่ก็มีประชาชนบางส่วนเหมือนกันที่พร้อมจะใช้บิทคอยน์ในการชำระค่าใช้จ่าย แต่ทางประธานธนาคารกลางก็ยังระบุอีกว่าใช่ว่า บิทคอยน์จะไม่เข้ามาแทนที่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่ทางประเทศ EI Salvador ใช้ในปัจจุบัน 

     ทั้งนี้หลังจากที่สภามีความเห็นชอบให้ใช้สกุลเงินบิทคอยน์ ในการชำระหนี้ตามกฎหมาย จะทำให้ผู้ค้าสามารถตั้งราคาสินค้าเป็นบิทคอยน์ได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำมาชำระภาษีได้ รวมถึงการแลกเปลี่ยนบิทคอยน์จะไม่ถูกเก็บภาษีกำไรที่ได้จากการลงทุนนั่นเอง

     แถมยังมีข่าวดีสำหรับนักขุดบิทคอยน์ ในระยะหลังนี้ เนื่องจากมูลค่าบิทคอยน์ก่อนหน้ามีร่วงลงตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเมษายน แต่หลังจากที่ประเทศ EI Salvador เห็นชอบเรื่องดังกล่าวแล้ว ทำให้มูลค่าบิทคอยน์สูงขึ้นถึง 5% หรือขึ้นมาประมาณ 1 ล้านบาท เรียกว่าเป็นข่าวดีที่นักขุดบิทคอยน์ต่างรอคอย

แม้บิทคอยน์ในประเทศ EI Salvador จะถูกกฎหมาย แต่ World Bank ยังไม่ยอมรับ

     แต่อย่างที่เราจั่วหัวไปก่อนหน้านั้นว่าทาง องค์กรการเงินระหว่างประเทศ IMF และ ทาง World Bank เองยังไม่ยอมรับสกุลเงินบิทคอยน์ และมองว่าการใช้เหรียญบิทคอยน์ ยังเป็นสกุลเงินที่ไม่แน่นอน อันตราย ขาดความมั่นคง ทำให้ทาง World Bank ออกมาปฏิเสธที่จะช่วยเหลือประเทศ EI Salvador ในการพยายามนำบิทคอยน์ มาเป็นสกุลหลักของประเทศ และใช้เหรียญบิทคอยน์ ชำระหนี้ในประเทศ โดยให้เหตุผลว่ากังวลเรื่องความโปร่งใสของระบบ Cryptocurrency รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการขุดบิทคอยน์

     ทั้งนี้ทาง World Bank ยังให้สัมภาษณ์ว่า “เราพร้อมช่วยเหลือประเทศ EI Salvador ในเรื่องการเงินของประเทศ แต่สำหรับเรื่องบิทคอยน์ ทาง World Bank ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือในส่วนนี้ได้” เพราะทาง World Bank เองยังมองเห็นปัญหาของสกุลเงินตัวนี้อยู่ ที่ไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน รวมถึงยังเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ยังไม่เป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก 


     และยังมีนักวิเคราะห์ทางการเงินออกมาให้การว่าเงินดิจิทัลมีความเสี่ยงมากกว่าเงินทั่วไป แถมยังมีข่าวเรื่องการใช้เหรีญบิทคอยน์ในการฟอกเงินและกิจกรรมผิดกฎหมายอื่นๆ ที่ยังไม่สามารถตรวจสอบได้แน่ชัด อีกทั้งเงินดิจิทัลยังมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา ทำให้หน่วยงานรัฐทำงานยากขึ้น ซึ่งหากเกิดเหตุการทุจริตขึ้น อาจทำให้ตรวจสอบได้ยาก ไม่สามารถเอาผิดกับใครได้ ซึ่งเป็นผลเสียต่อประชาชน