ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก แต่สถานการณ์โควิดยังน่าห่วง!

Share Post:

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email

ตลาดหุ้น เอเชียปรับตัวขึ้นในเช้าวันนี้ ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในภูมิภาคเอเชีย โดยดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,545.20 จุด เพิ่มขึ้น 21.11 จุด หรือ +0.60%, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 28,412.70 จุด พุ่งขึ้น 472.28 จุด หรือ +1.69% และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 27,672.70 จุด เพิ่มขึ้น 328.16 จุด หรือ +1.20%

ตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นเอเชียยังน่าห่วง โควิด-19 ยังไม่น่าไว้วางใจ

ยังคงน่าเป็นห่วงอยู่ สำหรับตลาดหุ้นเอเชีย เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในภูมิภาคเอเชียยังคงน่ากังวล โดยนายโยชิฮิเดะ ซูงะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเตรียมประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงโตเกียวเป็นครั้งที่ 4 เพื่อสกัดการระบาดของโควิด-19 โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 ก.ค.-22 ส.ค. ซึ่งจะครอบคลุมถึงช่วงเวลาจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 23 ก.ค.จนถึงวันที่ 8 ส.ค.

ขณะเดียวกัน เกาหลีใต้ก็ได้ประกาศใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมระดับ 4 เพื่อสกัดการระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.-25 ก.ค. โดยจะพิจารณาปรับเปลี่ยนมาตรการตามจำนวนผู้ติดเชื้อต่อไป สอดคล้องกับสถานการณ์ในประเทศไทยที่รัฐบาลได้ออกมาตรการล็อกดาวน์เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นเอเชียบวก ทำตลาดหุ้นไทยขึ้นตาม

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าเปิดในแดนบวกได้แต่ยังไม่ผ่านแนวต้าน 1,560 จุด แล้วลงมาแกว่งไซด์เวย์ มาจากความกังวลของภาวะฉุกเฉินจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศ จนรัฐบาลต้องออกมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ตลาดบ้านเราดูจะอ่อนกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ส่วนใหญ่จะเคลื่อนไหวในแดนบวก

สอดคล้องกับความคิดเห็นของนายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ ที่ออกแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า 

“ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะรีบาวด์ขึ้นได้ในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ต่างบวกกันราว 0.6-0.8% จากที่ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ในอัตรา 0.50% สำหรับสถาบันการเงินทุกแห่ง โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และราคาน้ำมันก็ปรับตัวขึ้นด้วย”

อย่างไรก็ดี สัปดาห์นี้ยังต้องติดตามการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต่อสภาคองเกรส ที่จะมีขึ้นในวันที่ 14-15 ก.ค.นี้ และติดตามผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2564 ของจีน รวมถึงตัวเลขส่งออกของจีน ขณะที่บ้านเรายังต้องรอติดตามการทยอยประกาศผลลประกอบการของกลุ่มแบงก์งวดไตรมาส 2/64 พร้อมให้แนวรับ 1,535-1,540 จุด ส่วนแนวต้าน 1,560-1,565 จุด