ดาวโจนส์พุ่ง 586 จุด! ทำตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบตามรายละเอียดของดัชนีที่พุ่งสูงจะเป็นอย่างไร

Share Post:

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email

เมื่อกลางดึกวันที่ 21 มิถุนายน 2564 เริ่มมีสัญญาณจากดาวโจนส์ พุ่งไปกว่า 400 จุด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ อยู่ที่ 33,691.53 จุด บวก 401.45 จุด หรือ 1.21% แต่เมื่อเช้านี้วันที่ 22 มิถุนายน 2564 ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์เพิ่มขึ้นเป็น 586.89 จุด หรือ 1.76% ปิดที่ 33,876.97 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 58.34 จุด หรือ 1.40% ปิดที่ 4,224.79 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 111.10 จุด หรือ 0.79% ปิดที่ 14,141.48 จุด ซึ่งรายละเอียดของดัชนีที่พุ่งสูงขนาดนี้จะเป็นอย่างไร 

ดาวโจนส์

Cr:https://moneyandmarkets.com/

หุ้นดาวโจนส์เพิ่มขึ้นเกิดจากอะไร?

อย่างที่บอกไปก่อนหน้าว่าดาวโจนส์วันนี้พุ่งสูงไปถึง 586 จุด ซึ่งส่งผลกระทบไปยังหุ้นกลุ่มโภคภัณฑ์ ซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มพลังงานที่ดิ่งลงอย่างหนักในสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่างดีดตัวขึ้นในวันนี้ เช่นเดียวกับกลุ่มหุ้นธนาคาร เทคโนโลยี และสายการบิน ซึ่งดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดดิ่งลงกว่า 500 จุด ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน และร่วงลง 3.5% ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งนับว่าเป็นการทรุดตัวลงรายสัปดาห์ที่รุนแรงที่สัดนับตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2563 เนื่องจากนักลงทุนต่างพากันเทขายหุ้น ท่ามกลางความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟต) มีมาตรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คิดเอาไว้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก 

ทั้งนี้ทางด้านนายเจอโรม พาวเวล (ประธานเฟด) ได้แถลงกับทางคณะอนุกรรมการว่าด้วยวิกฤตโควิด-19 ประจำสภาผู้แทนราษฎร ในอังคารที่ 22 มิถุนายน เวลา 14:00 ตามเวลาสหรัฐ หรือเวลา 01:00 น. ของวันที่ 23 มิถุนายน ตามเวลาไทย ทั้งนี้ทางนายพาวเวล กล่าวแถลงเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐ และใช้นโยบายการเงินของเฟด ซึ่งรวมถึงการปล่อยเงินกู้ฉุกเฉิน เพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19

จึงทำให้เหล่านักลงทุนพากันจับการแถลงของนายพาวเวลกันอย่างเนืองแน่น หลังจากที่ตลาดการเงินเกิดความตื่นตระหนกจาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทางเฟดเองก็ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2556 ซึ่งเร็วกว่าที่คาดการณ์เดิมถึง 1 ปี อีกทั้งทางกรรมการเฟดยังเริ่มหารือเกี่ยวกับการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัติตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ ซึ่งนับเป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดจะเริ่มชะลอการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายหลังจากประสบปัญหาตัวเลขเงินเฟ้อดีดตัวขึ้น

ในขณะเดียวกันทางนักลงทุนยังจับตามองการแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดอีกหลายรายในสัปดาห์นี้ เกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ หลังจากที่นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธารเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่าเฟดอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในปีหน้าเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ 

ทางด้านทำเนียบขาวแถลงว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดนจะจัดการประชุมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการเงินของสหรัฐในวันนี้ ซึ่งรวมถึงนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด และนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ประชุมเรื่องอุตสาหกรรมดาวโจนส์ และเรื่องเฟด 

ดาวโจนส์

Cr:https://brandinside.asia/

ตลาดหุ้นดาวโจนส์ทำตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบตาม

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดเช้าวันนี้ 22 มิถุนายน ปรับตัวร่วงลงตามดัชนีดาวโจนส์ ที่ปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมาเพราะนักลงทุนกังวลว่าทางเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้า ซึ่งตลาดหุ้นเอเชียเปิดเช้านี้เคลื่อนไหวในแดนลบ ตามทิศทางดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ที่ปิดร่วงลงกว่า 500 จุด เพราะเกรงว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาการประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปี และประเภท 5 ปีของธนาคารกลางจีน (PBOC) ในช่วงเช้าวันนี้

ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,515.50 จุด ลดลง 9.60 จุด หรือ -0.27% ดัชนีNIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 28,506.84 จุด ร่วงลง 457.28 จุด หรือ -1.57%

ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 28,501.64 จุด ลดลง 299.63 จุด หรือ -1.04%

ซึ่งทำให้นักลงทุนพากันขายหุ้นออกมาหลังจากที่นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธารเฟดสาขาเซนต์หลุยส์กล่าวว่า คาดว่าเฟดอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในปีหน้า โดยนายบูลลาร์ดเปิดเผยว่า เขาเป็นกรรมการเฟด 1 ใน 7 รายที่คาดว่า เฟดจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,515.50 จุด ลดลง 9.60 จุด หรือ -0.27% ดัชนีNIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 28,506.84 จุด ร่วงลง 457.28 จุด หรือ -1.57%

ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 28,501.64 จุด ลดลง 299.63 จุด หรือ -1.04%

ซึ่งทำให้นักลงทุนพากันขายหุ้นออกมาหลังจากที่นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธารเฟดสาขาเซนต์หลุยส์กล่าวว่า คาดว่าเฟดอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในปีหน้า โดยนายบูลลาร์ดเปิดเผยว่า เขาเป็นกรรมการเฟด 1 ใน 7 รายที่คาดว่า เฟดจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

“ผมคาดว่าเฟดจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปลายปีหน้าเพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่จะพุ่งแตะ 3% ในปีนี้ และจะอยู่ที่ 2.5% ไปจนถึงปี 2565 โดยสูงกว่าเป้าหมายที่ระดับ 2% ของเฟด” นายบูลลาร์ดกล่าว

ทั้งนี้ทางด้านนักวิเคราะห์รายหนึ่งได้ออกความเห็นว่าในบรรดานักลงทุนวิตกว่า หากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคากเพื่อลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ก็อาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวเศรษฐกิจในอนาคต ดังนั้นแนะนำให้ติดตามข่าวสารของอุตสาหกรรมดาวโจนส์เข้าไว้ เพราะแน่นอนประเทศไทยได้รับผลกระทบแน่นอน